| |
อัตราดอกเบี้ยเพิ่ม-ลดมีผลต่อผู้กู้ซื้อบ้านอย่างไร
ดอกเบี้ยลดเพิ่มกำลังซื้อบ้าน
มีการศึกษาพบว่าหากอัตราดอกเบี้ยลดต่ำลงทุก 1% จะเพิ่มกำลังซื้อได้ถึง
4-7% และสามารถซื้อบ้านได้ในระดับราคาที่สูงขึ้นอีกประมาณ 37-53% เมื่อเทียบกับช่วง
3-4 ปีที่ผ่านมาที่ดอกเบี้ยเงินกู้สินเชื่อที่อยู่อาศัยอยู่ในระดับที่สูงเฉลี่ยถึง
10-14% กับปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่อยู่อาศัยเฉลี่ยอยู่
4-5%

ยกตัวอย่าง
นาย ค มีกำลังผ่อนบ้านกับธนาคารต่อเดือนเป็นเงิน = 10,000 บาท หาก
นาย ค ซื้อบ้านในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ที่ 12% นาย ค จะกู้เงินได้ในวงเงิน
= 908,194 บาท นั่นคือสามารถซื้อบ้านในราคาประมาณ 1.13 ล้านบาท (ปกติธนาคารจะให้วงเงินกู้ประมาณ
80% ของราคาบ้าน)
แต่ในอัตรากำลังผ่อนบ้านต่อเดือนเท่ากัน คือ 10,000 บาท หากนาย ค ซื้อบ้านในช่วงที่อัตราดอกเบี้ยลดลงเหลือ
6% นาย ค จะกู้ได้ในวงเงิน = 1,395,808 บาท เท่ากับ นาย ค สามารถซื้อบ้านในราคาสูงขึ้นถึง
1.74 ล้านบาท นั่นหมายความว่าอัตราดอกเบี้ยที่ถูกลงทำให้นาย ค มีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น
แทนที่จะซื้อได้แค่ทาวน์เฮ้าส์ หรือบ้านแฝด ก็อาจจะหาซื้อบ้านเดี่ยวในราคาที่ไม่สูงจนเกินไปได้
ภาระผ่อนลดลง
นอกจากนี้ อัตราดอกเบี้ยที่ลดลงยังมีผลโดยตรงทำให้ภาระการผ่อนต่อเดือนของผู้กู้ลดลงตามไปด้วย
และในจำนวนเงินที่ผ่อนต่อเดือนที่ส่งให้กับธนาคารยังไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น
มีผลต่อเนื่องทำให้ระยะเวลากู้สั้นลงด้วยทำให้ผู้กู้สามารถไถ่ถอนได้เร็วขึ้น
(ดูตารางที่ 3 ประกอบ)
ตาราง เปรียบเทียบอัตราเงินงวด/เดือนที่ลดลง-เพิ่มขึ้น
เมื่ออัตราดอกเบี้ยลดลงหรือเพิ่มขึ้น (คำนวณจากวงเงินกู้ 1 ล้านบาท)
|
|
อัตราดอกเบี้ย(%)
|
ระยะเวลากู้/จำนวนเงินงวดต่อเดือน
|
|
5 ปี
|
10 ปี
|
15 ปี
|
20 ปี
|
25 ปี
|
30 ปี
|
|
1.00
|
17,094
|
8,760
|
5,985
|
4,599
|
3,769
|
3,216
|
|
2.00
|
17,528
|
9,201
|
6,435
|
5,059
|
4,239
|
3,696
|
|
2.50
|
17,747
|
9,427
|
6,668
|
5,299
|
4,486
|
3,951
|
|
2.75
|
17,858
|
9,541
|
6,786
|
5,422
|
4,613
|
4,082
|
|
3.00
|
17,969
|
9,656
|
6,906
|
5,546
|
4,742
|
4,216
|
|
3.25
|
18,080
|
9,722
|
7,027
|
5,672
|
4,873
|
4,352
|
|
3.50
|
18,192
|
98,89
|
7,149
|
5,800
|
5,006
|
4,490
|
|
3.75
|
18,304
|
10,006
|
7,272
|
5,929
|
5,141
|
4,631
|
|
4.00
|
18,417
|
10,125
|
7,397
|
6,060
|
5,278
|
4,774
|
|
4.25
|
18,530
|
10,244
|
7,523
|
6,192
|
5,417
|
4,919
|
|
4.50
|
18,643
|
10,364
|
7,650
|
6,326
|
5,558
|
5,067
|
|
4.75
|
18,757
|
10,485
|
7,778
|
6,462
|
5,701
|
5,216
|
|
5.00
|
18,871
|
10,607
|
7,908
|
6,600
|
5,846
|
5,368
|
|
5.25
|
18,968
|
10,729
|
8,039
|
6,738
|
5,992
|
5,522
|
|
5.50
|
19,101
|
10,853
|
8,171
|
6,879
|
6,141
|
5,678
|
|
5.75
|
19,217
|
10,977
|
8,304
|
7,021
|
6,291
|
5,836
|
|
6.00
|
19,333
|
11,102
|
8,439
|
7,164
|
6,443
|
5,996
|
|
6.25
|
19,449
|
11,228
|
8,574
|
7,309
|
6,597
|
6,157
|
|
6.50
|
19,566
|
11,355
|
8,711
|
7,456
|
6,752
|
6,321
|
|
6.75
|
19,683
|
11,428
|
8,849
|
7,604
|
6,909
|
6,486
|
|
7.00
|
19,801
|
11,611
|
8,988
|
7,753
|
7,068
|
6,653
|
ยกตัวอย่าง
จากตาราง กรณีดอกเบี้ยลดลง นาย ค ขอกู้ในวงเงินกู้ = 1,000,000 บาท
ระยะเวลากู้ = 30 ปี อัตราดอกเบี้ย 5% นาย ค จะต้องผ่อนชำระเงินกู้
= 5,368 บาท/เดือน ต่อมาอัตราดอกเบี้ยลดลงเหลือ 4% จะทำให้เงินงวด/เดือนของนาย
ค ลดลง = 594 บาท เพราะฉะนั้นจำนวนเงินงวดที่นาย ค ต้องผ่อนชำระจะเหลือ
= 4,774 บาท/เดือน
ในโจทย์เดียวกัน กรณีดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น เช่น เพิ่มจากเดิมที่นาย
ค เคยจ่าย คือ 5% ปรับเพิ่มเป็น 7% นาย ค จะต้องผ่อนชำระเงินกู้เพิ่มจากเดิม
5,368 บาท/เดือน เป็น 7,164 บาท/เดือน เพราะฉะนั้นนาย ค จะต้องจ่ายเงินงวดเพิ่มขึ้นอีก
1,796 บาท/เดือน
จากตัวอย่างข้างต้น กรณีที่อัตราดอกเบี้ยลดลง จะไม่ส่งผลกระทบต่อเงินงวดของนาย
ค แต่จะเป็นประโยชน์เนื่องจากจะทำให้เงินงวดที่นาย ค ผ่อน/เดือน ไปตัดเงินต้นได้มากขึ้น
ทำให้ผ่อนหนี้หมดเร็วขึ้น แต่ใน กรณีที่อัตราดอกเบี้ยปรับเพิ่มขึ้น
จนเงินงวด/เดือน ที่นาย ค จ่ายไม่พอจ่ายดอกเบี้ย ธนาคารก็จะแจ้งให้นาย
ค จ่ายเงินงวดเพิ่มขึ้นอีก อาจทำให้ถึงกับไม่สามารถรับภาระต่อไปได้
ในกรณีนี้ผู้กู้ที่เลือกใช้ดอกเบี้ยลอยตัวจะมีผลกระทบมากที่สุดหากดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
ส่วนผู้กู้ที่เลือกใช้ดอกเบี้ยคงที่ในช่วงแรก 1-5 ปี ก็อาจจะได้รับผลกระทบเช่นกันหากหลังจากครบระยะเวลาที่ใช้ดอกเบี้ยคงที่แล้วอัตราดอกเบี้ยลอยตัวปรับตัวสูงขึ้น
เนื่องจากอัตราดอกเบี้ยที่ธนาคารคิดหลังจากดอกเบี้ยคงที่แล้วจะคิดอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
ทั้งนี้เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดขึ้นในระยะยาว เมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวสูงขึ้น
กรณีผู้กู้เลือกใช้ดอกเบี้ยลอยตัว หรือ ผู้กู้ที่เลือกใช้ดอกเบี้ยคงที่ในระยะแรก
หากเลือกแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวธนาคารส่วนใหญ่เปิดโอกาสให้ผู้กู้สามารถชำระเงินงวดเพิ่มสูงกว่าปกติได้
ซึ่งเงินที่ชำระเกินก็จะไปตัดหนี้เงินต้นลง ทำให้หนี้เงินกู้หมดเร็วขึ้นกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา
ส่วนผู้ที่กู้อัตราดอกเบี้ยคงที่ เดิมธนาคารมักกำหนดให้ชำระเงินงวดเท่ากันทุกเดือน
ผู้กู้ไม่สามารถชำระมากกว่าที่กำหนดไว้ แต่ในปัจจุบันธนาคารหลายแห่งเพิ่มทางเลือกในการผ่อนชำระมากขึ้น
เช่น การผ่อนชำระแบบคงที่ตลอดอายุสัญญากู้ โดยธนาคารคำนวณจากอัตราดอกเบี้ยจริงบวกเพิ่มอีก
1-3% หรือผ่อนแบบคงที่ตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัว MLR วิธีนี้ผู้กู้อาจจะต้องจ่ายเงินงวด/เดือนสูงแต่จะทำให้ตัดเงินต้นได้มากขึ้นใช้หนี้หมดเร็วขึ้นเช่นกัน
หรือ การผ่อนชำระแบบขั้นบันไดตามอัตราดอกเบี้ยจริง วิธีนี้เงินงวด/เดือนในช่วงแรกที่ใช้ดอกเบี้ยคงที่ของผู้กู้ต่ำ
แต่หลังจากนั้นก็จะปรับเพิ่มขึ้นตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัวของแต่ละธนาคาร
เพราะฉะนั้นผู้กู้ที่ผ่อนน้อยในช่วงแรกก็อาจจะต้องเตรียมใจ หากต้องเพิ่มเงินงวด/เดือนในภายหลังและเงินงวดที่เพิ่มขึ้นอาจจะทำให้รับภาระต่อไปไม่ไหว
(ดูตารางที่ 1 และ 2 ประกอบ)
|
การผ่อนชำระเงินกู้แบบคงที่ตามอัตราดอกเบี้ยลอยตัว
MLR ตลอดอายุสัญญากู้
(คำนวณจากอัตราดอกเบี้ย MLR
= 6.25%)
|
|
เงินต้น
(บาท)
|
ระยะเวลากู้/เงินงวดต่อเดือน
|
|
10 ปี
|
15 ปี
|
20 ปี
|
25 ปี
|
|
1,00,000
|
11,228
|
8,574
|
7,309
|
6,597
|
|
1,50,000
|
16,842
|
12,861
|
10,964
|
9,896
|
|
2,00,000
|
22,456
|
17,148
|
14,618
|
13,194
|
|
1,50,000
|
28,070
|
21,435
|
18,273
|
16,493
|
|
3,00,000
|
33,684
|
25,722
|
21,927
|
19,791
|
|
3,50,000
|
39,298
|
30,009
|
25,582
|
23,090
|
|
4,00,000
|
44,912
|
34,296
|
29,236
|
26,388
|
|
4,50,000
|
50,526
|
38,583
|
32,891
|
29,687
|
|
5,00,000
|
56,140
|
42,870
|
36,545
|
32,985
|
|
การผ่อนชำระแบบขั้นบันได (คิดจากดอกเบี้ยคงที่ 2
ปี = 4% หลังจากนั้น คิด
MLR)
|
|
เงินต้น
(บาท)
|
ระยะเวลากู้/อัตราผ่อนชำระต่อเดือน
|
|
10 ปี
|
15 ปี
|
20 ปี
|
25 ปี
|
|
ปีที่ 1-2
|
ปีที่ 3
ขึ้นไป
|
ปีที่ 1-2
|
ปีที่ 3
ขึ้นไป
|
ปีที่ 1-2
|
ปีที่ 3
ขึ้นไป
|
ปีที่ 1-2
|
ปีที่ 3
ขึ้นไป
|
|
1,00,000
|
10,125
|
11,017
|
7,397
|
8,428
|
6,060
|
7,198
|
5,278
|
6,507
|
|
1,50,000
|
15,187
|
16,525
|
| |